ถ้ารู้ว่า ตั้งครรภ์ ควรมาฝากครรภ์เมื่อไหร่ และฝากที่ไหนดี

17618
แบ่งปัน

ถ้าคุณแม่ รู้ว่าตัวเอง ตั้งครรภ์ แล้ว ก็ควรจะรีบหา โรงพยาบาล เพื่อทำการฝากครรภ์ โดยทันที ยิ่งรู้ว่า ตัวเองตั้งครรภ์ ได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถ ให้คุณหมอ ช่วยให้คำแนะนำ ในการดูแลครรภ์ ได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งถ้ารู้ได้ว่า ตั้งครรภ์ตั้งแต่ 1 สัปดาห์แรก ยิ่งดีมากเข้าไปใหญ่ แต่ที่คุณแม่ส่วนใหญ่ รวมถึงตัวของแอดมินเองด้วย ได้พลาดไป ( ส่วนใหญ่ที่พลาด มักจะเป็นคุณแม่มือใหม่ ) ไม่ได้ตรวจทุกสัปดาห์ เพราะไม่คิดว่า ตัวเองจะท้อง กว่าจะรู้ตัวว่าท้อง ก็ปาเข้าไป 8 สัปดาห์แล้ว เลยฝากครรภ์ได้ค่อนข้างช้า แต่ยังดี ที่ตลอดเวลา แอดมิน ทานแต่อาหารดีมีประโยชน์ สุขภาพของทารกในครรภ์ เลยค่อนข้างที่จะดี เพียงแค่ทานวิตามิน และกรดโฟลิกเสริมบ้างเท่านั้น แต่เอาเป็นว่า ถ้าตั้งใจที่จะมีลูก ก็ควรที่จะตรวจครรภ์ ด้วยชุดตรวจครรภ์ ด้วยตัวเอง ทุกสัปดาห์ จะได้รู้ทันทีที่ท้อง พอรู้ว่าตัวเองท้องแล้ว ก็ต้องรีบไปฝากครรภ์ทันทีนะคะ ไม่ต้องรอ แต่จะไปฝากที่ไหน? อันนี้ก็ต้องพิจารณากันนะคะ ซึ่งแอดมิน ก็มีเทคนิคในการพิจารณา โรงพยาบาล หรือสถานที่ ที่จะไปฝากครรภ์กันค่ะ ว่าควรจะไปที่ไหนดี

คุณแม่ต้องรู้  เวลาตั้งครรภ์ คุณหมอจะตรวจ คุณแม่ เรื่องอะไรบ้าง

รู้ว่า ตั้งครรภ์ ควรมาฝากครรภ์เมื่อไหร่

เมื่อรู้ว่า ตั้งครรภ์ แล้ว จะฝากครรภ์ที่ไหน ต้องพิจารณาอย่างไร?

การจะเลือก โรงพยาบาล คลีนิก หรือสถานส่งเสริมสุขภาพ หรือที่ไหนก็ตาม ขึ้นอยู่กับ ปัจจัยต่างๆ เกี่ยวกับ ความพร้อมทั้งในเรื่องของ ค่าใช้จ่าย และการเดินทางของ คุณแม่ เป็นหลัก ควรคำนึงถึงจุดนี้ก่อนนะคะ ไม่ใช่ว่า อยู่จังหวัดนี้ แต่เลือกที่จะไปฝากกับ รพ.ของอีกจังหวัดหนึ่ง ที่ต้องเดินทางเป็น ชม. อันนี้ก็ไม่ควรค่ะ มันไกลเกินไป แอดมิน มีคำแนะนำดีๆ ที่คุณแม่ จำเป็นต้องพิจารณา ก่อนเลือกว่า จะไปฝากครรภ์ที่ไหน โดยคำนึง ในเรื่องต่อไปนี้

  1. สถานที่ ที่จะไปฝากครรภ์ มีชื่อเสียง มีเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ทันสมัยมากน้อยแค่ไหน? และสถานที่นั้น มีความน่าเชื่อถือ มากน้อยแค่ไหน? ก่อนอื่นก็ให้หาในอินเทอร์เน็ต ดูก่อนก็ได้ จะได้มีข้อมูลเบื้องต้น หรือเห็นว่า ที่ไหนค่อนข้างมีปัญหา ก็อย่าไปเสี่ยงค่ะ
  2. คุณหมอ และพยาบาล ที่ให้บริการ มีความรู้ ความสามารถ หรือความเชี่ยวชาญ ในเรื่องการดูแลครรภ์ มากน้อยแค่ไหน? อันนี้ก็จะต้องพิจารณา หลังจากที่ได้ลองไปพบหมอแล้ว ต้องดูว่า ที่นั่น บริการกับเราดีหรือไม่ หรือพูดแย่ๆ บริการห่วยๆ แม้ว่าสถานที่นั้น จะใหญ่โต หรือทันสมัยแค่ไหน ก็ไม่ควรใช้บริการค่ะ เสียสุขภาพจิตหมด
  3. มีจำนวนคุณหมอ มากน้อยแค่ไหน ถ้าเกิดว่า คุณหมอประจำที่เราเลือก ไม่มา จะมีหมอคนอื่น มาช่วยดูแลแทนได้หรือไม่ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของ รพ. ด้วยนะคะ
  4. การเดินทางไปถึง สถานที่ฝากครรภ์ ต้องใช้เวลามากแค่ไหน รถติดมากหรือไม่? ตรงนี้สำคัญมากนะคะ เพราะฝากที่ไหน ก็ต้องไปคลอดที่นั่น การเดินทาง จำเป็นต้องสะดวกพอสมควรนะคะ ต้องเผื่อไว้ ในกรณีฉุกเฉินด้วยค่ะ
  5. ราคา หรือ ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ แพงหรือไม่ ถ้าแพงมากเกินไป ก็ไม่ควรค่ะ ควรจะเลือก เอาแบบที่คุณแม่ สามารถจ่ายไหว บางทีการจ่ายค่าบริการที่แสนแพง ก็ไม่ได้ดีเสมอไปนะคะ คุณภาพ มันขึ้นอยู่กับ ทุกๆ ข้อที่เรากล่าวมาแล้วค่ะ
คุณแม่ต้องรู้  ตกขาวระหว่างตั้งครรภ์ อันตรายหรือไม่? คุณแม่ ควรดูแลอย่างไร?

การฝากครรภ์ ในโรงพยาบาลของรัฐบาลนั้น ยิ่งถ้าเป็นโรงพยาบาลใหญ่ๆ ที่มีคนนิยมไปใช้บริการเยอะๆ ตรงนี้ คุณแม่ ต้องรีบนิดนึงนะคะ ทันที ที่รู้ว่าตัวเอง ตั้งครรภ์ ต้องรีบนัดเลยค่ะ เพราะจะมีคนใช้บริการเยอะ ทำให้คิวยาวมากๆ ต้องเผื่อเวลาในส่วนนี้ด้วย ถ้าถามว่า การฝากครรภ์ ระหว่าง รพ.รัฐ และเอกชน แตกต่างกันอย่างไร อันนี้ก็คงต้องบอกว่า แตกต่างกันในเรื่องของ ราคาค่าบริการ และความสะดวกสบาย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า นโยบายของ รพ.เอกชน นั้นๆ เป็นอย่างไร บาง รพ.เอกชน ก็ไม่ได้สบาย และบริการดีอย่างที่คิด แต่เอาเป็นว่า ถ้าเป็น รพ.เอกชน และเป็น รพ. ที่คุณแม่ ทำประกันสังคมไว้ ก็อาจจะเลือกที่นั่นได้ค่ะ แต่สำหรับแอดมินเองนั้น ขอเลือก รพ.รัฐ ที่เป็น รพ.ใหญ่ ที่น่าเชื่อถืออย่าง ศิริราช ดีกว่าค่ะ ซึ่งก็ประทับใจมากค่ะ กับการไปฝากครรภ์ เป็นครั้งแรก กับที่นั่น แต่คิวยาวหน่อย ต้องรอตั้ง 3 สัปดาห์ กว่าจะได้คิว ต้องโทรไปจองนะคะ เพราะเป็นแบบนอกเวลาค่ะ แต่ถ้าจะไปในเวลา ก็ไม่ควรจะ Walk-in นะคะ เพราะคิวเยอะมากๆ เช่นกัน ควรจะโทรไปจองคิว ทำนัดเอาไว้ จะดีกว่าค่ะ

คุณแม่ต้องรู้  6 ความเสี่ยงที่ต้องระวัง ก่อนตัดสินใจที่จะ มีลูก และตั้งครรภ์