เนอสเซอรี่เด็ก ที่ใหม่ ไฉไลกว่าที่เก่า ดูแลลูกเราดีมากๆ เลย

1624
แบ่งปัน

เนอสเซอรี่เด็ก ที่เก่า ที่น้องเนปจูนเคยไปอยู่นั้น ตอนที่เลือก เพราะเชื่อถือในชื่อเสียง และเห็นว่า เป็นส่วนหนึ่งของ โรงเรียนเอกชน ระดับอินเตอร์ คิดว่าน่าจะดูแลลูกเราได้ดี แต่ผิดคาด แม้ว่าจะใกล้ที่ทำงานของคุณแม่ แต่ไม่ประทับใจค่ะ แรกๆ ตอนที่เอาน้องเข้าไปอยู่นั้น ก็ดูเหมือนจะดี เพราะเห็นว่า มีคุณครูจำนวนมาก เพียงพอกับจำนวนเด็ก เนื่องจากตอนนั้น เด็กยังไม่เยอะ ก็เห็นว่า การดูแล เอาใจใส่ เป็นไปด้วยดี อยู่มาเกือบ 6 เดือน ก็ไม่มีปัญหาอะไร มีแต่ลูกเรา ค่อนข้างจะร้อน เหงื่อออกตลอด ก็สงสัยเหมือนกัน ว่าไม่เปิดแอร์ ให้ลูกเราอยู่หรือไงนะ แต่ก็ทนๆ มาเรื่อยๆ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ต่อมา การดูแล เริ่มแย่ลง เพราะคุณครูหลายคน ลาออกไป โดยไม่ทราบสาเหตุ เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีการรับเด็กเข้ามาเพิ่มอีก ห้องที่มี ที่สามารถแบ่งได้ ระหว่าง เด็กเล็ก กับเด็กโต ก็ไม่แบ่งแยกกัน ( สงสัยกลัวเปลืองแอร์ ) กลายเป็น ครู 1 คน พี่เลี้ยง 1 คน ต่อเด็ก 15 คน ทั้งเด็กเล็ก 6 – 8 เดือน และเด็กโต เห็นแล้ว น่าอนาถใจมากๆ ครูก็อุ้มเด็กเล็กไป แล้วก็ดูลูก กับเด็กคนอื่นๆ ไปด้วย มันไม่ทั่วถึงเลยค่ะ และถ้ามีเด็กป่วย รับรองว่าติดกันหมดแน่นอน ไม่แปลกใจเลย ที่ทำไมก่อนหน้านี้ ลูกเรา ที่ไม่ได้ไปเล่นที่ไหน ถึงได้ติดเชื้อ มือ เท้า ปาก มา แล้วยังมีหน้ามา บอกว่า ที่นี่ดูแลเด็กอย่างดีอีกนะ อัตราส่วน ระหว่าง ครู กับเด็ก มีเยอะ ขนาดนี้ ไม่ไหวนะคะ มันดูแลไม่ทั่วถึง ยิ่งเด็กโตขึ้น ก็ยิ่งซนมากขึ้น ถ้าเกิดดูแลไม่ดี ไปวิ่งเล่น แล้วพลาดพลั้งลมหัวฟาดพื้นขึ้นมา จะทำยังไงกัน คิดแล้วก็เครียด จิตตก..

คุณแม่ต้องรู้  ข้อควรระวังในการใช้ ยาฆ่าเชื้อ ในเด็กเล็ก ระวังจะดื้อยาจนต้องนอน รพ.
เนอสเซอรี่เด็ก ที่ใหม่
บรรยากาศเนอสเซอรี่ ที่ใหม่ กินข้าวกันฟินเลยลูกเรา

เนอสเซอรี่เด็ก ที่ใหม่ ดีกว่าเก่า รู้แบบนี้ ย้ายมาที่นี่ตั้งนานแล้ว

เมื่อเป็นแบบนี้ แอดมินเอง จึงปรึกษากับ คุณพ่อ น้องเนปจูน ว่าคงต้องเปลี่ยน เนอสเซอรี่ แล้วล่ะ จากใกล้ที่ทำงานคุณแม่ คงต้องเปลี่ยนมาเป็น ใกล้ที่ทำงานคุณพ่อแทน คุณพ่อน้องเนปจูน ก็เลยออกตระเวนหา จนไปเจอ เนอสเซอรี่เด็ก แห่งใหม่ ที่นึง ที่น่าสนใจมากๆ ไม่ไกลจากที่ทำงานของคุณพ่อเนปจูน เป็นตึก แต่มีการแบ่งแยกเด็ก ออกเป็นห้องๆ ระหว่าง เด็กเล็ก เด็กโต และเด็กโตมาก อย่างชัดเจน ( มี 3 ห้อง ) ห้องหนึ่ง จะรับเด็กไม่เยอะ ไม่เกินสิบคน เพื่อให้การดูแล เป็นไปได้อย่างทั่วถึง สถานที่ นับว่าดีมากๆ ค่าใช้จ่าย ก็แพงกว่าที่เก่านิดนึง แต่ดูแล้ว ดีและมีระดับกว่าเยอะ เป็นอาคารสี่ชั้น สะอาด ห้องแอร์ มุ้งลวด ทั้งหมด และไม่มียุง เด็กก็มีไม่เยอะ ของเล่นก็ไม่ต้องแย่งกัน มีลานเด็กเล่น แบบ้านบอล ที่เป็นเบาะทั้งหมดอีกด้วย ดูแล้ว น่าเล่น น่าสนุกทีเดียว

คุณแม่ต้องรู้  ลูกตื่นร้องไห้ กลางดึก เพราะอะไร และต้องทำยังไง

ว่าแล้ว ก็เลยตัดสินใจ ย้ายมาทันทีเลยค่ะ ไม่รออะไรอีกแล้ว เรื่องแบบนี้ รอไม่ได้ค่ะ เพื่อความปลอดภัยของลูกเรา ต้องทำให้เร็ว ปัจจุบันนี้ น้องเนปจูน เรียนที่นี่มาได้ 3 วันแล้ว สนุกมากๆ ค่ะ ไม่ต้องมีเครื่องแบบ ให้เปลืองเงินเหมือนที่เก่า ไม่ต้องเอาน้ำไปเอง แถมยังมีการอาบน้ำให้ตอนกลางวัน ก่อนกินข้าว และนอนกลางวันอีกด้วย ดีกว่ากันหลายเท่าทีเดียว รวมทั้งยังมี กล้องวงจรปิด ติดเอาไว้ทุกห้องอีกด้วยนะคะ เพื่อความปลอดภัย สามารถขอให้เปิดดูได้ แต่ดูผ่านออนไลน์ ไม่ได้นะคะ

เรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า โรงเรียนที่แม้จะเป็น โรงเรียนอินเตอร์ ที่ดูหรู มีราคาแพง ก็อาจจะมี เนอสเซอรี่เด็ก ที่ห่วยแตกก็ได้ แต่เพราะเราไปเชื่อมั่นในชื่อเสียงของตัวโรงเรียน จึงทำให้เราคิดว่า ที่นั่น ดีแล้วสำหรับลูกเรา เชื่อถือได้ เอาเข้าจริงๆ แล้ว เนอสเซอรี่เด็ก ที่เล็กๆ แต่มีคุณภาพ คุณครู และเจ้าของโรงเรียน ลงมาดูแลเอง ย่อมดีกว่า หลายร้อยเท่า นี่ถ้าไม่เจอกับตัว ก็คงจะไม่รู้ จึงอยากจะเอามาเล่าให้เป็นวิทยาทาน คุณแม่ ทุกๆ ท่าน จะได้ไม่พลาด เหมือนกับ แอดมิน ไปเจอ เนอสเซอรี่ ในโรงเรียนอินเตอร์ ที่มีชื่อเสียง แต่ดูแลห่วยมากๆ แนะนำให้ หาหลายๆ ที่ ให้ดีก่อนดีกว่า อย่ารีบร้อน จะได้ไม่เสียเงินมาก อย่างแอดมิน ( ค่าเครื่องแบบ และอื่นๆ อีกมากมาย ที่เนอสเซอรี่ ที่เก่า )

คุณแม่ต้องรู้  วิธีการเลือก สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือเนอสเซอรี่ ต้องพิจารณาจากเรื่องอะไรบ้าง

การเอาลูก ไปฝากที่เนอสเซอรี่ ไม่จำเป็นต้องไปเลือก เนอสเซอรี่ ที่มีชื่อเสียง ขอให้ดูที่ อัธยาศัย นิสัย ใจคอ การพูดการจา ของ เจ้าของเนอสเซอรี่ และคุณครูทุกคนเป็นสำคัญ รวมทั้งให้ดูที่สถานที่อีกด้วย ถ้าบุคคลากรที่นั่น พูดไม่ดี หรือดูแล้ว เชื่อถือคำพูดไม่ได้ ก็อย่าเอาลูกไปฝากเลี้ยงเด็ดขาดค่ะ