ไวรัสโรต้า อันตรายแค่ไหนกับลูกและ วัคซีนโรต้า ป้องกันได้มากแค่ไหน

6126
แบ่งปัน

ไวรัสโรต้า เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ในหลายๆ ชนิด ที่เป็นสาเหตุ ทำให้เกิดโรคท้องร่วงอย่างรุนแรง ในเด็กเล็กได้ ความรุนแรงของมัน นอกจากจะทำให้ท้องร่วง อย่างรุนแรงแล้ว ยังทำให้เด็กมีไข้ และอาเจียนอีกด้วย ซึ่งจากสถิติแล้ว ส่วนใหญ่จะมีผลรุนแรง และอันตรายมากๆ ถ้าเกิดกับเด็กที่มีอายุยังไม่ถึง 5 ขวบ และแน่นอนว่า มันก็มักจะติดเชื้อ และเกิดกับเด็กเล็กๆ ตั้งแต่ แรกเกิด จนถึง 5 ขวบ ด้วยเช่นกัน ( ยิ่งอายุน้อย ก็ยิ่งมีอาการรุนแรงมากขึ้น ตามความแข็งแรงของภูมิคุ้มกันในร่างกาย ) เชื้อไวรัสตัวนี้ ถ้าเกิดขึ้นกับเด็กเล็กๆ ส่วนใหญ่ จะต้องไปนอนโรงพยาบาลกันแทบจะทุกราย ขึ้นอยู่กับอาการ บางราย ไม่หนักมาก ก็ไม่ต้องนอน โรงพยาบาล อย่างน้องเนปจูน ที่เคยท้องเสีย โชคดีที่ไม่ใช่ไวรัสตัวนี้ เนื่องจากเคยฉีด วัคซีนโรต้า มาแล้วตั้งแต่ขวบปีแรก

สาเหตุที่ทำให้ เด็กเล็ก ติดเชื้อไวรัสตัวนี้นั้น ก็มาจาก การหยิบจับ ของเล่น หรือเอามือ ที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส เข้าไปในปากนั่นเอง หรืออีกสาเหตุหนึ่งก็คือ การล้างภาชนะ และขวดนม ไม่สะอาด เรียกได้ว่า มีความล่อแหลม และมีความเสี่ยงสูงด้วยกันทั้งนั้น ยิ่งเด็กที่เริ่มหัดคลาน หัดหยิบของเล่นมาเล่น อันนี้ ยิ่งอันตรายมากขึ้นไปอีก การดูแลสุขอนามัยที่ดี และความเข้าใจในเรื่องไวรัสชนิดนี้ ของคุณแม่ จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยป้องกัน ให้ลูกรอดพ้นจากการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ไปได้ และแน่นอนว่า วัคซีนโรต้า ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ช่วยได้เช่นกัน

คุณแม่ต้องรู้  ลูกไม่สบาย ติดเชื้อ RSV ไอ น้ำมูกไหล ทำไงดี

ไวรัสโรต้า อันตรายแค่ไหนกับลูกและ วัคซีนโรต้า ป้องกันได้มากแค่ไหน

วัคซีนโรต้า ป้องกัน ไวรัสโรต้า ได้ดีแค่ไหน?

ปัจจุบัน วัคซีนโรต้า ยังคงเป็นวัคซีนทางเลือก คือยังไม่มีการบังคับให้ฉีด ซึ่งนั่นแปลว่า มันจะต้องมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ อย่างแน่นอน ถ้าจำไม่ผิด จะอยู่ที่ประมาณ 2 พันกว่าบาท ซึ่งจะมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ แบบฉีด 2 ครั้ง กับแบบฉีด 3 ครั้ง อันนี้ แอดมินก็ไม่ได้รู้รายละเอียดมากนักหรอกนะคะ เพราะมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรอยู่แล้ว สำคัญแค่ว่า คุณแม่ จะเลือกที่จะฉีดให้ลูกหรือไม่ นี่คือสาระสำคัญมากกว่า

คุณแม่บางคน เลือกที่จะไม่ฉีดวัคซีนโรต้า เพราะได้ไปอ่านในอินเทอร์เน็ต แล้วเห็นมีคนมาแสดงความเห็นไว้ว่า ถึงฉีดวัคซีนโรต้าแล้ว ลูกก็ยังติดเชื้อ แล้วท้องร่วงจนต้องเข้าไปนอน โรงพยาบาลอยู่ดี

ถ้าว่ากันตามประสบการณ์ที่แอดมินเคยเจอมา ก็ต้องบอกกันตามตรงว่า ถึงแม้ลูกของเรา จะได้รับ การฉีดวัคซีนโรต้า มาแล้วก็ตาม ก็ใช่ว่า จะสามารถป้องกัน ไวรัสโรต้า ได้ 100% มันไม่ใช่เกราะป้องกันอะไรแบบนั้น และนั่นไม่ใช่ความหมายของ วัคซีน ที่คนทั่วไปอย่างเราๆ เข้าใจกัน เพราะจริงๆ แล้ว วัคซีน ก็คือ เชื้อโรค ที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ จนทำอันตรายกับร่างกายของคนเราไม่ได้แล้ว เอามาฉีดเข้าไปในร่างกาย เพื่อให้ ร่างกาย สร้างภูมิคุ้มกัน เอาไว้ต่อสู้ หรือเรียกง่ายๆ เอาไว้ซ้อมมือก่อนนั่นเอง คือ เคยเจอมาแล้ว รู้แล้วว่าต้องชกยังไงถึงจะชนะ อะไรประมาณนี้ การฉีดวัคซีนโรต้า เข้าไปในร่างกาย ก็เหมือนกับ ทำให้ร่างกายของเด็ก ได้รู้จัก และสร้างภูมิเอาไว้ต่อสู้กับ ไวรัสโรต้า บ้างแล้วนั่นเอง เมื่อได้รับเชื้อไวรัสโรต้านี้เข้าไป จะมีอาการไม่รุนแรง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับ ปริมาณของเชื้อที่ได้รับ อาจจะท้องเสียเล็กน้อย แค่ครั้งเดียว จนแทบจะไม่มีอาการอะไรอย่างอื่น ให้เห็นเลยก็ได้

คุณแม่ต้องรู้  อยากรู้มั้ย? ทำไมต้องฝึกให้ ลูกกินไข่แดง ก่อนไข่ขาว? มีคำตอบค่ะ

เมื่อเทียบกับ เด็กที่ไม่เคย ได้รับวัคซีนโรต้า มาก่อน ถ้าได้รับเชื้อไวรัสโรต้า เข้าไป อาการก็จะเกิดขึ้นเต็มๆ ตามปริมาณของเชื้อที่ได้รับ และความแข็งแรงของภูมิคุ้มกันในร่างกายของเด็ก บางราย อาจจะเป็นหนักมาก จนต้องเข้าไปนอนให้น้ำเกลือที่ โรงพยาบาล บางรายอาจจะเป็นมาก แต่ภูมิคุ้มกันของร่างกาย ยังแข็งแรงอยู่ ก็ฟื้นตัวได้ไว และต่อสู้ได้ แต่ในบางราย ถ้าโชคไม่ดี ได้รับเชื้อไปเยอะ หรือ ภูมิต้านทานต่ำ ก็อาจจะท้องเสีย ถ่ายจนสูญเสียทั้งน้ำ และแร่ธาตุไปเป็นจำนวนมาก จนช็อค และอาจเสียชีวิตได้

ถ้าถามว่า ไวรัสโรต้า อันตรายกับลูกมากแค่ไหน แอดมินก็ต้องบอกว่า มันอันตรายกับลูกมากๆ ค่ะ และวัคซีนโรต้า ก็ถือเป็นเรื่องจำเป็นมากๆ เช่นเดียวกันค่ะ ที่จะต้องฉีดให้กับลูก แม้ว่าจะต้องเสียเงินเพิ่ม แต่มันก็ไม่มาก แล้วก็คุ้มมากๆ เช่นเดียวกันค่ะ เรื่องแบบนี้ คุณแม่ จะมองข้ามไม่ได้เลยนะคะ เพราะถึงแม้ว่า ฉีดวัคซีนแล้ว แต่ยังติดเชื้อ และท้องร่วงอีก ก็จะมีอาการไม่มาก และแทบจะไม่มีโอกาสที่จะมีอาการรุนแรง จนเสียชีวิตได้อีกเลย แต่ถ้าไม่ฉีดวัคซีน ก็ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันเลยนะคะ ว่าลูกของเรา เมื่อติดเชื้อแล้ว จะไม่มีอาการรุนแรงถึงชีวิต และที่สำคัญ ค่าวัคซีนไม่กี่บาท ไม่สามารถเอามาเทียบกับความรู้สึกของแม่ เวลาที่เห็นลูกต้องท้องเสีย อาเจียน และถ่ายออกมา จนก้นแดงหรอกนะคะ และถ้าต้องนอนโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายมันจะแพงกว่า ค่าวัคซีน เป็นสิบเท่าแน่นอนค่ะ

คุณแม่ต้องรู้  กระตุ้น พัฒนาการเด็ก 4 ด้าน ของลูกวัยแรกเกิด - 6 เดือน